How to..เป็นคนนิสัยดี

How to…เป็นคนนิสัยดี

จากหนังสือ “คนนิสัยดี” ของ ศ.ดร. นายแพทย์วิทยา นาควัชระ นะคะ
อยากแบ่งปันให้หลายๆคนได้อ่านกัน จะทำเป็น FWD mail ก็ยิ่งดี

คนนิสัยดีทั้งหลายส่วนใหญ่จะมีทักษะดีๆ คือ

1. ทักษะในการมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่า
2. ทักษะในด้านความคิดที่ดี
3. ทักษะในการวางตนในสังคมได้ดี

คนนิสัยดีจึงเป็นคนที่มีทักษะดีๆ เหล่านี้อยู่ในตัว ทำให้เป็นคนน่าคบหา น่าเชื่อถือ และน่ารัก   ข้อพวกนี้ไม่อาจทำให้คุณกลายเป็น “ผู้ดี” ได้หรอก มันมีอีกเยอะ แต่ถ้าทำได้ก็จะกลายเป็นคนนิสัยดี  หรือว่าไม่ดีคะ?

เวลาจะเปลี่ยนปรับนิสัย ก็มีสูตรง่ายๆ   ดังนี้ค่ะ

“ฝืน” เพื่อเริ่มต้นทำ ในสิ่งที่อาจไม่ถนัดและขัดใจ,
“ฝึก” คือทำบ่อยๆ,
“ข่มใจ” ไม่ให้เลิก,
“ลดตัว ถ่อมตัว” ทำให้เข้าใจง่าย ทำได้ง่าย,
“ชื่นชม ยกย่องในตัวเอง” เมื่อเริ่มฝืน ฝึก ข่มใจ ถ่อมตัวได้ ก็ให้ชมตัวเองว่า ดีมาก เก่งมาก บ้าง   ….มา เริ่มข้อแรกกันเลยนะคะ

 1. อย่าบ่น
ใครๆก็ไม่ชอบคนบ่นและมักจะเบื่อคนบ่น แม้อยากบ่น ก็อย่าบ่น เพราะคนอื่นจะบ่นตาม
ลองหยิกตัวเองเบาๆ เวลาบ่น เพื่อเตือนตัวเอง แล้วชมว่า ลดบ่นได้นิดนึงแล้วนะ เก่งมาก ดีมาก
แล้วคุณจะบ่นน้อยลง จริงๆแล้วสิ่งที่บ่นมักไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรือเป็นทุกข์จริงๆหรอก
แต่เราไปคิดเองซ้ำๆ จับผิดไปเองซ้ำๆ ก็กลายเป็นบ่นซ้ำๆนั่นเอง

 2. มีน้ำเสียงนุ่มนวล
อย่าพูดดัง กระโชกโฮกฮาก คนเค้าจะนึกว่าคุณหูตึง  เวลาได้ยินคนพูดเสียงดัง เราก็นึกว่าเค้าเครียด เราก็เครียดตาม
บางคนพูดเสียงดังหรือเสียงข่มขู่เพราะอยากให้คนอื่นฟัง เหมือนบังคับให้เขาสนใจ
แต่ เขาจะไม่สนใจหรอก และเขาไม่ชอบด้วย

3. รู้จักชมคน
ไม่ใช่เสแสร้งนะ  แต่สังเกตดูเมื่อเขาทำเต็มที่แล้ว ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น  จงชมเขา แม้ผลลัพธ์ที่ออกมาจะล้มเหลวก็ไม่เป็นไร ให้ชมว่าเก่งมาก ดีมากแล้วที่ตั้งใจเต็มที่และให้ลงมือ
ทำใหม่อีก

4. อย่าตำหนิคนอื่น
แม้ว่าเขาจะทำอะไรได้ช้ากว่า โง่กว่า มีความสามารถน้อยกว่า หรือทำผิดไปแล้วมองเห็นๆอยู่
จงหุบปากให้สนิท อย่าตำหนิเขา
คุณต้องเข้าใจว่าเขาเกิดมาไม่เหมือนคุณ ไม่เท่าคุณ ทั้งกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และการอบรมเลี้ยงดู  ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องหรือไม่ก็ตาม
ความรู้ ความสามารถ ความเก่ง ก็ไม่เท่ากันหรอก อย่าตำหนิ จงเห็นใจ
เขาทำได้เท่านี้ สุดแรงเขาแล้ว ก็ให้กำลังใจดีกว่า
ถ้าเราตำหนิหรือดูถูกเขา ไม่ว่าจะต่อหน้าคนอื่น หรือตามลำพัง นอกจากเขาจะไม่รู้สึกผิด
ไม่อยากพัฒนาตัวเองแล้ว เขาจะเกลียดคุณและหาโอกาสจับผิดคุณด้วย หรือก้าวร้าว
พาลหาเรื่องคุณไปเลย

5. อย่าพูดเดาใจหรือทายใจคนอื่น
ไม่น่าฟังหรอก เหมือนคนอวดรู้ สู่รู้ สอดรู้
บางคนชอบพูดนำหรือพูดแซงคนอื่นที่พูดอยู่ ทำนองว่ารู้ว่าจะพูดอะไร ซึ่งอาจถูกบ้างผิดบ้าง
แต่ก็ไร้มารยาทสิ้นดี    นอกจากนี้ยังแสดงว่าคุณขาดความสำรวม ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น เหมือนเป็นคนสู่รู้ อวดรู้   คนอื่นเขาไม่ชอบหรอก

6. ไม่วิจารณ์หรือตัดสินคนอื่นอย่างผิวเผิน
อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญมาก ยกตัวเป็นผู้พิพากษาชีวิตและ
การกระทำของผู้อื่น   ว่าดีหรือเลว   ถูกหรือผิด มองผิวเผินอาจดูเหมือนคุณเป็นคนเก่งหรือกล้า
แต่จริงๆแล้วคุณนั้นใจแคบ เอาตัวเองเป็นใหญ่ และอวดเก่งเกินไป ไม่น่าคบหาด้วยหรอก
พฤติกรรมหลายๆอย่างไม่ใช่ความผิด แต่เราอาจไม่ชอบ จึงไม่ควรไปว่าเขาผิดหรือไม่ถูกต้อง
ถ้าอยากกล่าวให้กล่าวเพียง เราไม่ชอบเท่านั้น ซึ่งเขาอาจมีเหตุผลในการกระทำสิ่งที่เราไม่ชอบนั้น   ซึ่งก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่ของเรา

 7. เวลาคนชม ควรทำอย่างไร
ถ้ามีคนชมเราไม่ว่าเรื่องอะไร ให้ขอบคุณเบาๆ และยิ้มเล็กน้อย
อย่าแก้ตัวว่าไม่ใช่ แล้วยกเรื่องร้ายของตนมาเล่า ทำให้บรรยากาศอึดอัด

8. รู้จักพูดจาคล้อยตามคนอื่นบ้าง
อย่าหัวแข็ง    ใจแคบ     เอาตัวเองเป็นใหญ่ ใครพูดจาไม่ถูกใจก็ขัดเขารุนแรง
รู้จักยอมให้คนอื่นชนะบ้าง หรือไม่ก็นิ่งเสียบ้าง ไม่ใช่ขัดคอ เถียง ขึ้นเสียง ทำตัวเหมือนเป็น
ขวากหนามทิ่มตำคนอื่น   เท่ากับสร้างศัตรูหรือขวากหนามชีวิต และคุณก็จะโดนขวากหนามนั้นทิ่มแทงด้วย       อยากเจ็บกาย เจ็บใจบ่อยๆ  หรืออย่างไร?

9. พูดยกย่องบุพการีของเขา
หากรู้จักกับพ่อแม่ของคนที่เราคุยด้วย และรู้ว่าเขารักพ่อแม่ของเขา
หาโอกาสพูดยกย่องพ่อแม่ของเขาด้วยความจริงใจบ้าง เขาจะชื่นใจ เป็นมิตรกันสนิทใจขึ้น

10. อย่าแช่งตัวเองว่ายุ่งหรือซวย
ถ้ามีคนถาม อย่าตอบว่าคุณยุ่งหรือซวย คนอื่นก็ไม่อยากคุยเรื่องสนุกๆด้วยเท่าไหร่หรอก
คุณเลยต้องจมความยุ่งและซวยต่อไป ตอบกลางๆว่า ปกติดี ดีกว่า

 11. เป็นผู้ฟังที่ดี
แสดงความเห็นอกเห็นใจถ้าเขามีความทุกข์ ไม่พูดแทรก ตามองตาเวลา
พูดกัน มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพูด    การเป็นผู้ฟังที่ดี เป็นการสร้างมิตรที่ลงทุนน้อยที่สุดอย่างหนึ่ง

12. ไม่เถียง ขัดแย้ง เรื่องความเชื่อ
ความเชื่อเป็นเรื่องของแต่ละคน อย่าไปเถียงกันเลยว่าอย่างไหนถูกผิดหรือดีเลว
ให้ความต่างกันเป็นสีสันของชีวิต และไม่ผิดด้วยที่คนจะเชื่อต่างกัน
นอกจากความเชื่อนั้นจะผิดกฏหมายและคุณธรรม (ไม่ใช่จารีต มันไม่เหมือนกันทุกที่หรอก) จึงจะไม่ถูกต้อง

13. เวลาเห็นคนทะเลาะ จงวางตัวเป็นกลาง
อย่าเข้าข้างใครจนออกนอกหน้า   และอย่าไปใส่ไฟ (เขาเรียกว่าบ่างช่างยุ  นกสองหัว  อ้าว..แรงซะ)   แต่หาทางยุติการทะเลาะด้วยความเข้าใจดีกว่า    คนส่วนมากทะเลาะหรือเถียงกันด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี มีอคติ ความเชื่อต่างกัน และอยากเอาชนะกันทั้งนั้น
จริงๆ  มักจะไม่มีใครถูก ใครผิดจริงๆ  หรอก

14. อย่าโมโหง่าย
ลองหาวิธีไม่แสดงความโมโหออกมาทั้งๆที่เราน่าจะโมโหดูสิ ผู้คนจะแปลกใจ
ต้องรู้จักอารมณ์ของตัวเอง รู้เท่าทันอารมณ์ และควบคุมมันให้อยู่ หัดให้อภัย รู้ผลเสียของการโมโหรู้จักชมเมื่อลดอารมณ์ได้ รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำด้วย
แล้วเราก็จะไม่โมโหง่าย ดีไหม?

15. อย่านินทา
การนินทาเป็นนิสัยที่ไม่ดีเลย    เป็นการทำลายคนอ่อนแอไม่มีทางสู้ ไม่ยุติธรรม
คนที่รู้ว่า คุณเป็นคนชอบนินทา ก็จะไม่ชอบคุณ เพราะกลัวว่าคุณจะนินทาตอนเขาเผลอเช่นกัน
เปลี่ยนใจเสียเถิดถ้าคิดนินทาใคร

16.  อย่าลืมพูดเพราะๆ  ตอนจากกัน
พูดอย่างจริงใจและเพราะๆ เหมือนอวยพรพร้อมรอยยิ้ม เช่น โชคดีนะ สนุกมากแล้วเจอกันอีกนะ   อย่าพูดห้วนเกินไป ทำให้ไม่กล้าคิดว่าควรจะพบกันอีกหรือไม่

17. รักษาคำสัญญา
ไม่ควรเอ่ยสัญญากับใครง่ายๆ  หากทำไม่ได้ก็จะเสียหน้าและความน่าเชื่อถือ
ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ควรสัญญา ถึงเวลาให้ทำให้ได้ดีกว่า ดีกว่าสัญญาแล้วทำไม่ได้

18.  อย่าพูดถึงสิ่งไม่ดีหรือความทุกข์ของตัวเอง
ไม่ควรพูดถึงความทุกข์ของเราให้ใครต่อใครฟัง นอกจากเพื่อนสนิทบางคน หรือกับจิตแพทย์ที่คุณจะปรึกษา
คนอื่นไม่ชอบฟังความทุกข์หรอก มันหดหู่ จงพูดสิ่งดี ทำใจให้สนุกดีกว่า ถ้าทำผิดก็ยอมรับผิด
และคิดใหม่ทำใหม่ดีกว่า
คนที่รู้สึกว่ามีความทุกข์มากๆนั้น มักเป็นคนที่ชอบใช้เวลาสงสัยอยู่เรื่อยๆว่าตัวเองมีความสุขเพียงพอหรือเปล่า
ซึ่งคำตอบมันออกมาก็คือไม่เคยพอซักที จึงทำให้ทุกข์มากขึ้นอีก
จงบอกตัวเองครั้งเดียวเกี่ยวกับความทุกข์ของคุณ แล้วทำชีวิตให้ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้นจะดีกว่า

19. ไม่คุยเรื่องน่ากลัวน่าเกลียด ลามก ก้าวร้าว ประชด
ประโยชน์จากการพูดเรื่องเหล่านี้ไม่มีเลย แต่จะทำให้ผู้คนในกลุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน วางตัวยากและไม่เป็นสุข ไม่มีใครชอบหรอก นอกจากคนไม่มีคุณภาพ

20. รู้จักความเป็นส่วนตัว เรื่องส่วนตัวของตนเองและผู้อื่น
ถ้าใครถามเรื่องส่วนตัวของเรา เราก็มีสิทธิปฏิเสธอย่างนุ่มนวล คนมีมารยาทเขาจะหยุดถามคนที่ชอบคุยเรื่องส่วนตัวของตนเองบ่อยๆ หรือถามเรื่องส่วนตัวคนอื่นบ่อยๆ มักเป็นคนขาดวุฒิภาวะ  ไม่รู้กาลเทศะ ใครเขาจะชอบ

21. ไม่แสดงสีหน้าท่าทาง หรือน้ำเสียงว่ารังเกียจจนออกนอกหน้า
แม้ว่าจะไม่ชอบจริงๆ  ก็ไม่ควรแสดงออกนอกหน้า คนเห็นเข้าจะรู้สึกว่าคุณไม่ควบคุมอารมณ์เลย    เหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่น่ารัก ถูกตามใจจนเคยตัว บางสิ่งที่คุณรังเกียจ คนอื่นอาจจะไม่ก็ได้

22. อย่างอน อย่าแซว
อย่างอนมากและนาน เพราะจะทำให้มิตรภาพและความรักแตกหักได้ง่าย
ไม่มีคนอื่นง้อคนที่งอนมากๆ บ่อยๆ นานๆหรอก อย่าแซวคนอื่นบ่อยๆ ด้วย เลิกเสียเถิด
เป็นลักษณะของความเป็นเด็กไม่รู้จักกาลเทศะทั้งสองอย่าง และไม่สร้างสรรค์เลย

23. ยินดีกับผู้ที่ชนะเรา
ในการแข่งทุกชนิดมันต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ แสดงสปิริตด้วยการแสดงความยินดีกับคนที่ชนะ
อย่าอิจฉา อย่าแสดงความโกรธหรือโทษใครๆ  เลย
นอกจากจะไม่น่าดูแล้วยังเหมือนเด็กๆ เจ้าอารมณ์ ที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา แล้วใครเขาจะชอบ

24. มีมารยาทในการคุย
ถ้าจะเปลี่ยนเรื่องคุยกระทันหันให้กล่าวขอโทษเสียก่อน
ไม่ใช้คำรับว่า อือ เออ แต่ให้ใช้คำว่า ครับ ค่ะ อย่าเลียนแบบทีวีบางช่องเลย
ไม่คุยไป ชี้หน้าไป เหมือนไปคาดโทษหรือเห็นเขาเป็นทาสก็ไม่ปาน
อย่าแบ่งพวกคุยเป็นกลุ่มเล็กในวงสนทนาที่คนกำลังคุยสนุก เหมือนเรียกร้องความสนใจ ถ้าไม่ชอบก็ฟังเฉยๆแล้วค่อยหาเรื่องคุยใหม่ หรือค่อยๆแยกตัวออกไปก็ได้
อย่าขัดคอคนอื่นอย่างเอาจริงเอาจัง แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยก็ตาม หรือจะแสดงความเห็นก็ให้บอกว่า ที่เขาพูดก็น่าสนใจ แต่เราอาจคิดอีกแบบก็ได้ ซึ่งก็ดีทั้งคู่

25. อย่าสบถ หรือกล่าวคำหยาบ
คนที่กล่าวสบถหรือคำหยาบบ่อยๆ บางคนจะนึกว่าช่วยให้เขาดูน่านับถือหรือกล้าหาญ แต่ไม่ใช่เลย
คนเขาจะรู้กำพืดและการถูกเลี้ยงดูในครอบครัว รวมทั้งสิ่งแวดล้อมว่าเป็นอย่างไร
แสดงถึงความมีสันดานดิบสูง หยาบคาย ซึ่งน่าจะมาจากจิตใจที่หยาบคายและก้าวร้าวด้วย

26. ทักคนที่รู้จักกันทุกครั้ง

27. ถ้าใครตะคอกหรือเสียงดังกับเรา จงกระซิบตอบ

28. ถ้าพูดแล้วทำให้ชื่อเสียงใครมัวหมอง จงเก็บไว้กับตัว
พูดออกมาแล้ว คนที่มีปัญญาสร้างสรรค์จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องของความ “ปากมาก” มากกว่า
“รู้มาก”  เลือกเอาแล้วกันว่าอยากเป็นคนแบบไหน

29. รู้จักกล่าว ขอบคุณ ขอโทษ
ขอบคุณให้ติดปากเมื่อมีคนทำสิ่งดีๆให้คุณ ส่วนคำขอโทษนั้น หัดใช้ให้คุ้นเคยกับทุกคน ทุกสถานภาพ   คนเรามักจะขอโทษในเรื่องเล็กๆ แต่ไม่กล้าขอโทษในเรื่องใหญ่ๆ เพราะกลัวเสียหน้า หรือกลัวเขาจะยกตนข่มท่าน ควรขอโทษให้เป็น และแสดงสีหน้าท่าทางว่ารู้สึกผิดจริงๆด้วยอะไรจะเกิดก็เกิด ไม่ต้องกลัว แต่คุณจะนับถือตัวเองได้ เมื่อทำผิดแล้วรู้จักขอโทษ

30. ไม่คุยโวโอ้อวดตัวเองด้วยเสียงดัง
คนอื่นเขาจะคิดว่าเราอวดตัว น่าหมั่นไส้ได้ ถ้าอยากคุยจริงๆให้คุยกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนด้วยเสียงเบาก็ได้   ถ้าเขาจะไปพูดต่อ ก็เป็นการบอกข่าวดีของเพื่อนไป ถือเป็นเรืองน่าสรรเสริญของเพื่อน

31. มีความคิดดี
รู้จักคิดเพื่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น
รู้จักอภัยในความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น
รู้จักคิดให้กำลังใจตัวเองและผู้อื่น
รู้จักคิดชมเชยตนเองและผู้อื่น
รู้จักคิดเป็นมิตรและมีความรักตนเองและผู้อื่นได้
รู้จักคิดในแง่บวกให้มากขึ้น รู้จักคิดที่จะมองไกล ใฝ่ดี มีคุณธรรม และมีวินัย คิดได้อย่างนี้ พฤติกรรมที่แสดงก็มักจะงดงาม ใครๆก็ชอบ

32. ไม่ยืมของคนอื่นบ่อยๆ หรือเอาเปรียบคนอื่น

33. ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมนุษย์
รักมนุษย์อย่างที่เขาเป็นเถิด เราเปลี่ยนแปลงเขาได้ยากมาก ถ้าเราตั้งเงื่อนไขว่าเราจะรักเขา
ถ้าเขาเปลี่ยนแปลง เราคงรักใครไม่ได้เลย      มนุษย์มีคุณค่ามากน้อยตามสิ่งที่เขาเป็นอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่เขามี ความคาดหวังให้เขาเปลี่ยนแปลง เป็นความทุกข์ทั้งของเรา และของเขา
แม้คุณจะเป็นพ่อแม้ที่ต้องพัฒนาลูก
หรือเป็นครูที่ต้องอบรมลูกศิษย์ก็ตาม
ก็ทำเท่าที่ทำได้ พัฒนาเท่าที่ทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
จงรักเขาอย่างที่เขาเป็นแล้วกัน เมื่อเขามีความสุข เขาจะรักตอบคุณ
และเขาอาจจะอยากทำตัวให้ดีมากขึ้นอีก

34. ไม่หัวเราะปมด้อยหรือเวลาคนทำพลาด
อย่าไปตอกย้ำ อย่าไปใส่ใจหรือทำเป็นสงสาร โดยเฉพาะยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นมากๆ เพราะจะทำให้ตนเด่นขึ้น   ซึ่งไม่มีใครชื่นชมวิธีหาความเด่นแบบนี้หรอก

35. ให้เกียรติ โอกาส แก่เด็ก สตรี คนด้อยโอกาสและคนพิการ

36. ไม่นำเด็กเล็กๆที่ควบคุมไม่ได้ไปในที่ไม่เหมาะสม

37. ถ้าพบคนหยิ่ง อวดดีกับเรา ทำอย่างไรดี
อย่าไปโกรธเขาเลย วางเฉยเสีย คิดว่าเขาคงเจอดีสักวัน และเราควรเห็นใจเขา ไม่สมน้ำหน้าเมื่อถึงวันนั้นในช่วงเวลาที่พบให้นึกว่า เขามีวุฒิภาวะไม่สมบูรณ์นัก เขาอาจจะดีขึ้นในอนาคต ให้ทำเฉยๆ  เสียแก้ไขที่เรา ไม่ใช่เขา
มนุษย์เราเหมือนต้นไม้ บางคนเป็นต้นสักทอง บางคนเป็นเถาวัลย์ บางคนเป็นหมามุ่ย
เราเปลี่ยนเขาจากต้นหมามุ่ยเป็นต้นสักทองไม่ได้หรอก

38. ไม่อิจฉาคนที่เก่งกว่า ไม่ดูถูกคนด้อยกว่า

39. อย่าประเมินตัวเองสูงไป
หลายคนประเมินตัวเองสูงไปทั้งสถานภาพ ความรู้ ความคิด ฐานะ คุณภาพ ทำให้อยู่กับคนอื่นลำบาก  หรือทนคนรอบๆตัวได้ยาก บางคนเข้ากับพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาย เพื่อน หรือคนใหม่ๆ  รอบตัวไม่ได้ก็เพราะประเมินตนว่าสูง วิเศษ หรือพิเศษมากกว่าคนอื่นเขา และมักจะมองคนอื่นว่าผิด หรือต่ำต้อย   มองดูเหมือนเป็นคนหยิ่ง มักจะเหงา ว้าเหว่ แต่ยังทำหัวสูงหรือหยิ่งต่อไป
คนแบบนี้มักอยากเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเขาไม่มีทางเป็นได้หรอก
และเขามักจะคิดว่า เขาจะได้พบคนที่สมบูรณ์แบบในสังคมของเขาด้วย ซึ่งก็ไม่มีเช่นกัน
ปล่อยวางเสียบ้างเถิด

40. รู้จักใจเขา ใจเรา
หลายๆ คนแคร์สิ่งของมากกว่าจิตใจคนใกล้ตัว ซึ่งไม่ถูกต้องหรอก
สิ่งของหายไปหรือแตกชำรุดไป ก็ช่างมันเถิด หาใหม่ได้ แต่จิตใจของคนใกล้ตัวถ้าเสียหายชำรุดไปเพราะฝีปากหรือการกระทำของเราแล้ว หาใหม่ หรือซ่อมให้ดีอย่างเก่าได้ยากมาก
อย่าไปคาดหวังไม่เฉพาะกับใครก็ตาม เขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังหรอก และเขาก็เป็นไม่ได้ด้วย  ถ้าเราไปคาดหวังให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ นอกจากเขาจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาจะโกรธคุณด้วย  และคุณก็โกรธเขายิ่งขึ้น
ปล่อยให้เป็นไปตามปกติของเขา คุณเพียงแต่ “ทำใจ” ยอมรับเขาให้ได้ เขาก็จะรักคุณมากขึ้นและไม่เหนื่อยซึ่งกันและกัน

อ่านแล้วอยากแบ่งให้ทุกคนอ่านด้วยค่ะ….

DESIGN NUMCHOK CO.,LTD. 
บริษัท ดีไซน์นำโชค จำกัด (สำนักงานใหญ่)
58/146 หมู่ที่ 6 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110

Hotline: 082-493-2295
Email: Konyubyub@gmail.com
ID LINE: KONYUBYUB